กรุงเทพฯ: อ.เบียร์ คนตื่นธรรม และ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ออกรายการ คุยแซ่บShow ช่อง One31 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เปิดประเด็นคดีชายอ้างตัวเป็นจิตอาสาหลอกเงินบริจาค โดยอ.เบียร์ยืนยันว่าได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว และจะไม่ถอนคำร้องจนกว่าอีกฝ่ายจะนำหลักฐานมาชี้แจงอย่างเป็นรูปธรรม
ตามรายงานของ mgronline.com ทั้งสองสาวเปิดอกครบทุกประเด็น ตั้งแต่ความคืบหน้าคดี เส้นทางความสนิทที่เริ่มจาก แทค ภรัณยู ไปจนถึงข่าวลือว่าอ.เบียร์จะเลิกถือศีล 8 ซึ่งเธอเผยว่ามาจากปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องความรักอย่างที่ชาวเน็ตปั่นกัน
คดีหลอกบริจาค: ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น
อ.เบียร์ระบุว่าฝ่ายที่ถูกกล่าวโทษยังไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย แม้จะเคยออกรายการโหนกระแสเพื่อเคลียร์ประเด็น แต่สิ่งที่พูดก็เป็นได้แค่คำขอโทษปากเปล่า
เธอตั้งข้อสงสัยกับหลักฐานที่อีกฝ่ายอ้างว่ามี โดยเฉพาะใบเสร็จที่เขียนรวมการซื้อจากหลายสิบร้านไว้ในบิลใบเดียว
ตัวอย่างเช่น การอ้างว่ามีใบเสร็จรับรอง แต่กลับรวมร้านค้าหลายสิบแห่งไว้ในบิลเดียวกัน ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเชื่อถือได้
ตอนนี้มีผู้เสียหายสองรายคืออ.เบียร์และขวัญ อุษามณี โดยอ.เบียร์เผยว่าความเสียหายในคดีนี้ยังไม่ถึงหลักล้าน เพราะเธอรู้ตัวก่อน แต่ถ้ารวมเรื่องราวในอดีต มีผู้เสียหายรายหนึ่งระบุตัวเลขระดับ 4-5 ล้านบาทจากกรณีทุเรียน
ดร.มัลลิกาเสริมว่า หากผู้เสียหายรวมตัวกันครบ 10 คน คดีจะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความกันไม่ได้
เรื่องสะเทือนใจที่สุดคือกรณีสบู่ 200 ก้อนที่ดร.มัลลิกาฝากไว้เพื่อมอบให้ทหารผู้ช่วยเข็นเรือ แต่กลับพบว่าถูกแกะซีลและใส่ถุงก๊อบแก๊บ ซึ่งทำให้เธอร้อนใจเป็นอย่างมาก
ทำไมอ.เบียร์ถึงไม่กลัวคดีความ
ดร.มัลลิกาเล่าว่า วันที่ไปโรงพัก อ.เบียร์มีอาการปากสั่นคอสั่น แต่ก็เป็นครั้งแรกของขวัญที่ต้องขึ้นโรงพัก แม้พ่อของเธอจะเป็นตำรวจก็ตาม
อ.เบียร์แก้ว่าเธอไม่ได้กลัว เพียงแต่ปรับสีหน้าตามสถานการณ์ และย้ำว่าเจตนาของเธอคือปกป้องคนอื่นไม่ให้ถูกหลอกในอนาคต
เธอประกาศจ้างสายสืบเพื่อลงพื้นที่จริง เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมรับผิดและไม่นำหลักฐานมาชี้แจง
เจตนาของอ.เบียร์คือปกป้องคนอื่นไม่ให้ถูกหลอกในอนาคต ไม่ใช่เรื่องเงินมากหรือน้อย
เส้นทางความสนิท: เริ่มจากแทค ภรัณยู
สองสาวเผยว่าความสนิทเริ่มจาก แทค ภรัณยู ที่ชวนอ.เบียร์ไปขายของกับดร.มัลลิกา จากนั้นความสัมพันธ์พัฒนาเป็นกัลยาณมิตรที่ไว้ใจกันมาก
อ.เบียร์ย้ำว่าความเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน และไม่มีใครสามารถเสี้ยมให้ทะเลาะกันได้
เธอยังเล่าว่าช่วงน้ำท่วม อ.เบียร์ใช้เงินส่วนตัวไปกว่า 1.5 ล้านบาทจากยอดช่วยเหลือรวมประมาณ 9 แสนบาท โดยไม่นำเงินบริจาคมาใช้เลย
เงินบริจาคทั้งหมดถูกเก็บไว้สำหรับมูลนิธิในอนาคต
อ.เบียร์ระบุว่าเธอจะตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือสังคมในระยะยาว รวมถึงสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมและโรงครัวโรงทาน
เลิกถือศีล 8 เพราะสุขภาพ ไม่ใช่เพราะความรัก
อ.เบียร์อธิบายว่าการเลิกถือศีล 8 มาจากปัญหาสุขภาพ หลังจากเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งและมีอาการน้ำในสมองส่วนหน้าอักเสบจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ
แผนเดิมคือการเตรียมตัวบวช แต่เกิดคดีความขึ้นมาก่อน ทำให้ทุกอย่างผิดแผน เธอจะกลับมารักษาศีล 5 แทน
ดร.มัลลิกายังแซวว่าเหตุผลจริงคือ อ.เบียร์มีคดีความอยู่ที่ สน.ร่มเกล้า ซึ่งทำให้การบวชเป็นได้ยาก แต่อ.เบียร์แก้ว่าเธอไม่ได้มีปัญหากับมหาเถรสมาคมโดยตรง
ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าหาแสง
อ.เบียร์ตอบข้อกล่าวหาของชาวเน็ตที่ว่าเธอชอบหาแสงว่า เธอไม่เคยไปสู่รู้หรือสาระแนใคร แต่เพราะเป็นบุคคลมีชื่อเสียง ทุกคำพูดจึงถูกจับไปเป็นประเด็นสังคม
เธอยังเล่าว่าตอนนี้มีคนจับประเด็นเรื่องการแข่งรถ ซึ่งเธอพยายามเลี่ยงการตอบเพราะไม่รู้ที่มาที่ไป และเธออยากด่าเฉพาะผู้ที่ไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเท่านั้น ซึ่งกระแสไวรัลในเรื่องนี้กำลังทำร้ายเด็ก ดังเช่นกรณีข่าว
