94% ของคนไทยกังวลทุนเทา-นอมินี: ถึงเวลาเปิดเกมรุกหรือยัง?
ผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพลชี้ชัด คนไทยกว่า 94% มองว่าการเข้ามาลงทุนผิดกฎหมายของต่างชาติเป็นภัยร้ายแรงต่อประเทศ แต่ที่น่าสนใจคือประชาชนส่วนใหญ่ชี้ว่านโยบายรัฐที่หละหลวมและการทุจริตของนักการเมืองคือตัวการสำคัญที่เปิดทางให้ทุนเทาและนอมินีระบาดหนัก
การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 คนทั่วประเทศ พบว่าประชาชนไม่เพียงกังวลเรื่องการฟอกเงินและธุรกิจสีเทาเท่านั้น แต่ยังมองว่าการใช้นอมินีถือครองที่ดินและธุรกิจเป็นภัยร้ายแรงถึง 82% และ 81% ตามลำดับ
ทำไมคนไทยถึงหวาดกลัวทุนเทามากขนาดนี้?
ข้อมูลจากนิด้าโพลชี้ให้เห็นถึงความกังวลที่กระจายตัวในหลายมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนผิดกฎหมาย แต่รวมถึงการจ้างนอมินีถือครองที่ดิน (82% มองว่าอันตรายมาก) การจ้างคนไทยรับเป็นพ่อเด็กเพื่อให้ได้สัญชาติ (82%) และธุรกิจศูนย์เหรียญที่ผูกขาดระบบซื้อขาย (81%)
สิ่งที่น่าตกใจคือประชาชนกว่า 26% เคยพบเห็นการลงทุนผิดกฎหมายหรือฟอกเงินสีเทาด้วยตนเอง ขณะที่ 26% เคยเห็นการจ้างนอมินีเปิดธุรกิจ และ 21% เคยเห็นการใช้นอมินีถือครองที่ดิน นี่ไม่ใช่แค่ความกลัว แต่เป็นปัญหาที่คนไทยสัมผัสได้ในชีวิตจริง
ใครคือผู้ร้ายตัวจริง? ประชาชนชี้ชัด
เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ต่างชาติกล้าทำผิดกฎหมาย ผลสำรวจชี้ชัดว่า 67% ของประชาชนมองว่าการทุจริตของเจ้าหน้าที่คือสาเหตุหลัก รองลงมาคือบทลงโทษที่ไม่รุนแรง (59%) และนโยบายรัฐที่เปิดช่อง (52%)
ที่น่าสนใจคือ 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าการทุจริตของนักการเมืองเองก็เป็นปัจจัยสำคัญ นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าระบบการเมืองและระบบราชการของไทยกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องความโปร่งใส
ถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน: จากนโยบายเปิดประตูสู่การคัดกรองอย่างชาญฉลาด
ในฐานะสื่อที่เชื่อมั่นในระบบตลาดและการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ เราต้องยอมรับว่าการปิดประเทศไม่ใช่ทางออก แต่สิ่งที่จำเป็นคือการปฏิรูปกลไกการกำกับดูแลอย่างจริงจัง
ประเทศไทยต้องการนโยบายที่สมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพและการป้องกันทุนเทา การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อตรวจสอบธุรกรรม การปรับปรุงระบบทะเบียนธุรกิจให้โปร่งใส และการเพิ่มบทลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต ล้วนเป็นแนวทางที่ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน
บทสรุป: ความท้าทายที่ต้องจัดการด้วยนวัตกรรม ไม่ใช่การปิดกั้น
ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนไทยตื่นตัวและพร้อมที่จะสนับสนุนมาตรการที่เข้มงวดขึ้น แต่รัฐบาลต้องตอบสนองด้วยนโยบายที่ชาญฉลาด ไม่ใช่การใช้อารมณ์หรือการเลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์ การปฏิรูปที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและการใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นเสรีทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างยั่งยืน
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นการรุก ด้วยนโยบายที่ทันสมัยและกลไกการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันทุนเทา แต่เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรมสำหรับทุกคน