พัทยาก้าวสู่ Smart City ระดับโลก: NT จับมือ Security Pitch เปิด Pattaya Smart Pole
ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เมืองพัทยาได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเป็นเมืองอัจฉริยะระดับโลก หลังจากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัท ซีเคียวริตี้ พิทช์ จำกัด (Security Pitch) ลงนามความร่วมมือเชิงพาณิชย์เพื่อเปิดตัวโครงการ PATTAYA SMART POLE Network by OneForce เครือข่ายเสาอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยี 5G, IoT, สื่อโฆษณาดิจิทัล และระบบความปลอดภัยสาธารณะเข้าด้วยกัน โครงการนี้ถือเป็นรูปธรรมแรกที่ต่อยอดจากความร่วมมือด้านความปลอดภัยดิจิทัลระดับชาติเมื่อปี 2568 และเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพัทยากำลังถูกยกระดับให้เป็น Smart City ที่พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากทั่วโลก
ทำไมพัทยาต้องเป็น Smart City?
พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 18 ล้านคนต่อปี แต่การเป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวไม่เพียงพออีกต่อไป การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือกุญแจสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน โครงการ Pattaya Smart Pole จึงไม่ได้เป็นแค่เสาโฆษณา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการบริหารจัดการเมืองด้วยข้อมูล (Data-driven City Management) ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารเมืองสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
PATTAYA SMART POLE Network คืออะไร?
เครือข่ายนี้ประกอบด้วยเสาอัจฉริยะจำนวน 90 ต้น ครอบคลุม 3 โซนยุทธศาสตร์ของพัทยา ได้แก่ Pattaya Central & City (ศูนย์กลางธุรกิจและความบันเทิง), Beachfront & Promenades (หาดพัทยา หาดจอมเทียน) และ Tourism Hubs (ท่าเรือบาลีฮายและจุดเชื่อมต่อเกาะล้าน) เสาเหล่านี้ถูกบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence ของ Security Pitch ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เสาเหล่านี้เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมโยงเมือง แบรนด์ และข้อมูลเข้าด้วยกัน
4 จุดเด่นที่ทำให้ Pattaya Smart Pole แตกต่าง
1. AI-Driven OOH Advertising: โฆษณาที่วัดผลได้
ในเฟสแรก เสาเหล่านี้จะถูกใช้เป็นสื่อโฆษณานอกบ้านที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยใช้กล้องอัจฉริยะวัดผลยอดการมองเห็น (Eyeballs) แบบเรียลไทม์ ทำให้แบรนด์สามารถประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าสื่อป้ายแบบเดิม
2. Wireless Public Safety Network: ความปลอดภัยที่ไร้สาย
ในระยะต่อไป เสา Smart Pole จะถูกพัฒนาเป็นโครงข่ายความปลอดภัยสาธารณะไร้สายที่บูรณาการกับระบบ AI LPR (วิเคราะห์ป้ายทะเบียนยานพาหนะ) เพื่อยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว
3. IoT Gateway: ศูนย์กลางเชื่อมต่อทุกสิ่ง
เสาแต่ละต้นทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกายภาพสำหรับติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณความเร็วสูง ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมรัศมีระดับกิโลเมตร รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT อย่างระบบรักษาความปลอดภัยในที่พักอาศัยและระบบติดตามทรัพย์สิน
4. OneForce และ OneFence: แพลตฟอร์มไทยที่ขับเคลื่อนทุกอย่าง
ระบบทั้งหมดถูกบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม OneForce และ OneFence ของ Security Pitch ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย แต่มีมาตรฐานระดับสากล
อนาคตของ Pattaya Smart Pole: มากกว่าแค่เสาโฆษณา
Security Pitch และ NT มีแผนพัฒนาเพิ่มเติมที่น่าสนใจ เช่น การติดตั้งระบบติดตามตำแหน่งเรือและรถโดยสารด้วยเทคโนโลยี LoRaWAN เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางทะเลและบนท้องถนน การเพิ่มจุดชาร์จรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle Charging Dock) เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด ระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินหลายภาษาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และบริการ Wi-Fi สาธารณะที่ปลอดภัย
คุณปกรณ์ ทองจีน Co-Founder & CEO ของ Security Pitch กล่าวว่า “โครงการนี้เป็น Flagship ของประเทศ เรามุ่งมั่นให้ Pattaya Smart Pole เป็น Landmark ใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยและชาวพัทยา พร้อมสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Pattaya Smart Pole จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพัทยาได้อย่างไร?
เสาเหล่านี้จะติดตั้งระบบ AI LPR สำหรับวิเคราะห์ป้ายทะเบียนยานพาหนะ และระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินหลายภาษา รวมถึงการติดตามตำแหน่งเรือและรถโดยสารด้วย LoRaWAN ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วและตรงจุด
แบรนด์หรือเอเจนซี่โฆษณาสามารถใช้พื้นที่นี้ได้หรือไม่?
ได้ โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ https://www.oneforce.ai/pattaya-smart-pole หรืออีเมล [email protected] หรือ Line Official: @securitypitch หรือโทรศัพท์ 097-8459999 / 02-1036462
โครงการนี้จะช่วยเศรษฐกิจพัทยาอย่างไร?
ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยและต่างประเทศเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าพัทยาไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่กำลังกลายเป็น Smart City ระดับโลกที่พร้อมรับอนาคต