SRTA เปิดแผนใหญ่พัฒนาที่ดินรถไฟ 1 แสนล้าน ดันบางซื่อสู่ฮับขนส่งระดับอาเซียน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในการแก้ไขปัญหาหนี้สะสมเกือบ 3 แสนล้านบาท ผ่านการพัฒนาทรัพย์สินและที่ดินกว่า 246,880 ไร่ทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างรายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มจาก 3,700 ล้านบาทต่อปี เป็น 5,000 ล้านบาทในปี 2569
บริษัทลูก SRTA ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รฟท.จึงจดทะเบียนตั้งบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เมื่อเดือนเมษายน 2564 เป็นบริษัทลูกเฉพาะทาง โดยส่งมอบสัญญาเช่าและการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 12,233 สัญญา บนพื้นที่กว่า 38,469 ไร่ให้บริหารจัดการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567
10 โครงการเรือธงมูลค่าเกิน 1 แสนล้านบาท
คณะกรรมการ รฟท.อนุมัติให้ SRTA เช่าทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 10 รายการ คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนรวมมากกว่า 100,000 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 30 ปี
โครงการสำคัญ ได้แก่:
- บางซื่อแปลง E1 - ที่ตั้งกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ มูลค่า 1,516 ล้านบาท
- เซ็นทรัลลาดพร้าว - ต่อสัญญาใหม่ 30 ปี ผลตอบแทน 42,500 ล้านบาท
- สถานีแม่น้ำ - พื้นที่ 220 ไร่ มูลค่า 7,159 ล้านบาท
- สนามกอล์ฟหัวหิน - พื้นที่ 558 ไร่ มูลค่า 2,200 ล้านบาท
บางซื่อ: โมเดลใหม่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป รักษาการกรรมการผู้จัดการ SRTA เผยแนวคิด "Quick Win" ในการพัฒนาที่ดิน โดยมุ่งเน้นโครงการที่พัฒนาได้จริง เห็นผลชัดเจน และได้เงินเร็ว
พื้นที่บางซื่อขนาด 2,325 ไร่ จะถูกแบ่งออกเป็น 9 แปลง เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดของไทยและอาเซียน โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบ Mixed-Use แบบเดิม
ลงทุน 150 ล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
SRTA จะลงทุนเงินทุนเอง 150-160 ล้านบาท สำหรับขยายถนนในพื้นที่บางซื่อ และจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ของรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) วงเงิน 30 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางภายในและภายนอกพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ
"การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งเชื่อมต่อจะเป็นส่วนเพิ่มศักยภาพและเพิ่มมูลค่าของพื้นที่บางซื่อ หากสำเร็จ บางซื่อจะเป็นโมเดลหนึ่งของการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่โดยรอบในเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน" นายทรงยศินทร์กล่าว
เป้าหมายปี 2569: พัฒนา 2 โครงการนำร่อง
SRTA ตั้งเป้าพัฒนา 2 โครงการในปี 2569 คือ อาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ และอีก 1 แปลงที่ไม่จำเป็นต้องรอการพัฒนาถนนและขนส่งมวลชน เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ดินควบคู่เมืองแบบยั่งยืนแห่งอนาคต