นนนี่เปิดใจการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า และการเป็นแม่ใหม่
หลังจากที่ นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวของนางเอกระดับตำนาน แอน สิเรียม โพสต์ข้อความตัดพ้อเรื่องการไม่มี "บ้าน" ที่แท้จริง ล่าสุดเธอได้ออกมาเปิดใจในรายการ "คุยแซ่บโชว์" เผยเบื้องหลังการต่อสู้กับโรคซึมเศร้าที่รุนแรงถึงขั้นพยายามทำร้ายตัวเอง
การต่อสู้กับโรคซึมเศร้า
นนนี่เผยว่าเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว โดยอาการเริ่มจากการรู้สึก "ไม่อยากทำอะไรเลย อยู่ดีๆ ก็เบื่อทุกอย่าง อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุอะไรเลย นอนไม่หลับเลย"
ด้วยการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยการเดินทางระหว่างเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ทำให้เธอละเลยการกินยาและการพบแพทย์ตามนัด ส่งผลให้อาการแย่ลงจนถึงจุดที่เธอคิดสั้น
เหตุการณ์เกือบสูญเสียชีวิต
"เรากินยาที่มีเข้าไปหมดเลย กินจนค่าตับปาเข้าไป 3-4 พัน ต้องนอนแอดมิตเป็นอาทิตย์" นนนี่เล่าถึงช่วงเวลาที่เธอกินยาเกินขนาด
โชคดีที่แฟนหนุ่ม อาร์ สังเกตเห็นความผิดปกติและรีบเรียก 1669 พาส่งโรงพยาบาล "เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ปกติ เขารู้สึกว่าเราน่าจะดาวน์หรือเปล่า" อาร์เล่าถึงช่วงเวลาที่เขาเป็นห่วงแฟนสาว
รากเหง้าของปัญหาจากวัยเด็ก
เมื่อถูกถามถึงสาเหตุของโรคซึมเศร้า นนนี่เผยว่าเป็นผลสะสมมา 25 ปี จากความรู้สึกเหงาและเคว้งในวัยเด็ก "ช่วงเด็กๆ แม่ทำงานเยอะ เรารู้สึกว่าเราเหงา เราเคว้ง หันไปแล้วไม่มีใครเลย ไม่รู้จะคุยกับใคร"
แม้จะเข้าใจเหตุผลของแม่ที่ต้องทำงานหนักในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ความรู้สึกในวัยเด็กที่ต้องการเวลาและความอบอุ่นยังคงส่งผลต่อจิตใจของเธอจนถึงปัจจุบัน
การเป็นแม่ใหม่ท่ามกลางความท้าทาย
ปัจจุบันนนนี่อายุครรภ์ 6 เดือนกว่า กำลังจะได้ลูกสาว แต่การตั้งครรภ์ครั้งนี้มาพร้อมกับความท้าทายด้านสุขภาพมากมาย ทั้งอาการปวดหัวไมเกรน ปลายประสาทอักเสบ และภาวะรกเกาะต่ำ
"อะไรที่เราขาดไป ก็ไม่อยากให้ลูกขาด รู้สึกว่าขาดเวลา ก็จะมีเวลาให้ลูก" นนนี่กล่าวถึงแผนการเลี้ยงดูลูก
ความรักที่เป็นกำลังใจ
อาร์ แฟนหนุ่มนอกวงการที่เธอพบรักจากการทำงานในบริษัทเดียวกัน ได้ให้กำลังใจและดูแลเธออย่างดี "บอกว่าเราต้องตั้งสติ ใจเย็นๆ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้หาคนปรึกษา"
ทั้งคู่วางแผนจะตั้งชื่อลูกสาวว่า "อัยย์" โดยให้คุณยายเป็นคนตั้งชื่อจริง
ข้อความถึงสังคม
นนนี่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่า "มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่รู้สึกผิด เราไม่สบายก็ไปหาหมอ จะป่วยกายหรือป่วยใจก็ป่วยอยู่ดี ไปหาหมอดีกว่า"
เธอเตือนให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า "ต้องกินยาให้สม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ และต้องไปพบแพทย์ตามนัดตลอด" โดยไม่ควรละเลยการรักษาเหมือนที่เธอเคยทำ