ตลาดหุ้นไทยสะเทือน: 10 หุ้นยักษ์ใหญ่ดิ่งเกิน -20% จากวิกฤตตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลกระแทกรุนแรงต่อตลาดทุนไทย โดยหุ้นชั้นนำใน SET 100 กว่า 10 ตัวปรับตัวลดลงเกิน 20% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนแรงเทขายจากนักลงทุนสถาบันที่กังวลเรื่องความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
10 หุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
1. JTS (จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น) ดิ่งลง -31.55% จาก 84.00 บาท เหลือ 57.50 บาท มาร์เก็ตแคป 40,621 ล้านบาท
2. BGRIM (บี.กริม เพาเวอร์) ปรับลง -25.49% จาก 15.30 บาท เหลือ 11.40 บาท มาร์เก็ตแคป 29,718 ล้านบาท
3. CBG (คาราบาวกรุ๊ป) ลดลง -24.73% จาก 45.50 บาท เหลือ 34.25 บาท มาร์เก็ตแคป 34,250 ล้านบาท
4. GPSC (โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่) วูบ -24.14% จาก 43.50 บาท เหลือ 33.00 บาท มาร์เก็ตแคป 93,051 ล้านบาท
5. BA (การบินกรุงเทพ) ดิ่งลง -22.35% จาก 17.90 บาท เหลือ 13.90 บาท มาร์เก็ตแคป 29,190 ล้านบาท
กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบ
หุ้นที่ได้รับผลกระทบหนักครอบคลุมหลายสาขา ได้แก่:
- กลุ่มพลังงาน: BGRIM, GPSC, BCPG
- กลุ่มเทคโนโลยี: JTS
- กลุ่มท่องเที่ยว: BA, ERW, CENTEL
- กลุ่มวัสดุก่อสร้าง: SCC
- กลุ่มสื่อโฆษณา: VGI
6. BCPG (บีซีพีจี) ลง -22.22% เหลือ 6.30 บาท
7. VGI (วีจีไอ) วูบ -22.22% เหลือ 0.91 บาท
8. SCC (ปูนซิเมนต์ไทย) ดิ่ง -21.56% เหลือ 176.50 บาท
9. ERW (ดิ เอราวัณ กรุ๊ป) ลง -21.25% เหลือ 2.52 บาท
10. JMT (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค) วูบ -21.17% เหลือ 8.75 บาท
แนวโน้มตลาดและความเสี่ยง
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันที่ผันผวน และแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
หุ้นอีก 10 ตัวที่ติดท็อป 20 ที่ปรับลงมากที่สุด ได้แก่ TOA (-19.62%), PTG (-19.60%), CENTEL (-18.63%), AWC (-18.40%), OR (-17.16%), SJWD (-16.95%), BH (-16.90%), BEM (-16.67%), OSP (-16.28%), และ TIDLOR (-16.08%)
ตลาดทุนไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะต่อไป