ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการ Operation Gameflow ตามล่าเครือข่ายพนันออนไลน์พันล้านบาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดปฏิบัติการ "Operation Gameflow" ตามล่าเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ที่มีเงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท พร้อมเชื่อมโยงถึงนักการเมืองชื่อดัง
การดำเนินการครั้งใหญ่ในสี่จังหวัด
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ดีเอสไอและปปง.ลงตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย สงขลา 5 จุด, นนทบุรี 2 จุด, ปทุมธานี 1 จุด และกรุงเทพมหานคร 2 จุด สำหรับการปราบปรามเครือข่ายพนันออนไลน์ที่มีเงินทุนหมุนเวียนมหาศาล
จากการดำเนินการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลได้ 1 ราย คือ นางสาวนารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ในฐานะแอดมินหรือแกนนำของผู้ประกอบการเว็บพนัน พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 12 ล้านบาท
พยานหลักฐานชี้เป้าเครือข่ายใหญ่
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การสืบสวนเริ่มจากคดีพิเศษเดิมในปี 2566 ที่พบผู้ต้องหา 36 ราย มีศาลพิพากษาลงโทษแล้ว 17 ราย จำคุก 20 ปี ในฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์และฟอกเงิน
การขยายผลพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น มีธุรกรรมการเงินโอนระหว่างกันประมาณ 39 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2506-2563 และพบว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องมีทั้งนักการเมืองชื่อดังด้วย
เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญ
ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ระบุว่า พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานสำคัญทั้งคลิปการสนทนาที่เชื่อมโยงกับนักการเมือง รวมถึงคลิปที่บ่งบอกถึงการประกอบการเว็บพนันในระดับแอดมิน ประมาณ 30 คลิป ที่ถูกเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ
การสืบสวนยังขยายไปถึงเงินดิจิทัลและเส้นทางการเงินที่แตกต่างจากปกติ หากพยานหลักฐานเพียงพอจะเสนอศาลขอออกหมายจับเพิ่มเติม
บริษัทหุ้นส่วนปิดบังการดำเนินงาน
เจ้าหน้าที่พบว่า 5 สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินไม่ได้มีความสอดคล้องกับบริษัทที่ขอจดทะเบียนไว้ เช่น แจ้งประกอบธุรกิจคอมพิวเตอร์แต่กลับเป็นบ้านพักอาศัยหรือชุมชนแออัด
ปัจจุบันมีการอายัดบัญชีธนาคารของบุคคลที่เกี่ยวข้อง 18 ราย คาดว่าจะทราบผลประมาณ 1-2 สัปดาห์
ผลกระทบต่อระบบการเงินดิจิทัล
นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. เผยว่า ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ก่อนหน้านี้ 158 ล้านบาท จำนวน 69 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนในศาลแพ่ง และจากการขยายผลครั้งนี้ยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมกว่า 10 ล้านบาท
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ที่ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานและเทคโนโลยีขั้นสูงในการปราบปราม