กฟผ.เปิดตัว 4 แคมเปญประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง กระทรวงพลังงานเร่งขับเคลื่อนกิจกรรม "ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2" พร้อมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัว 4 แคมเปญใหญ่หนุนการลดใช้พลังงานทั้งภาคครัวเรือนและหน่วยงานราชการ
วิกฤตพลังงานโลกกระทบไทย รัฐเร่งมาตรการรับมือ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก
"การประหยัดพลังงานไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นทางรอด" รัฐมนตรีกล่าว พร้อมเผยว่าหากสามารถลดการใช้พลังงานได้ 10% จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเทียบเท่าการลดราคาน้ำมันลงประมาณ 3 บาทต่อลิตร
รัฐบาลได้เสนอแผนต่อ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในภาครัฐ 10% และคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน
กฟผ.เปิด 4 แคมเปญประหยัดพลังงาน
ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยถึง 4 โครงการหลักที่จะช่วยลดการใช้พลังงานในประเทศ:
1. โครงการล้างแอร์ช่วยชาติ
มอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศ 300 บาทต่อเครื่อง จำนวน 30,000 สิทธิ์ คาดลดการใช้ไฟฟ้า 5.52 ล้านหน่วยต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอน 2,878 ตันต่อปี
2. ส่งเสริมผลิตภัณฑ์เบอร์ 5
ร่วมกับ พ.พ. มอบส่วนลดสำหรับผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน 45 รายการ จำนวน 15,000 สิทธิ์ ผ่านห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
3. ล้างคอนเดนเซอร์ภาครัฐ
ดำเนินการในอาคารราชการ 93 แห่ง คาดลดการใช้ไฟฟ้า 4.65 ล้านหน่วยต่อปี และลดคาร์บอน 2,425 ตันต่อปี
4. ENZY Platform
ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะสำหรับอาคารราชการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป้าหมายนำร่อง 5 แห่ง
ภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อน
ปตท. (PTTOR) สนับสนุนการตรวจเช็กรถยนต์ฟรี 35 รายการที่ศูนย์ FIT Auto เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์และประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมความร่วมมือจากสถาบันการเงินในการสนับสนุนสินเชื่อพลังงาน
ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เน้นย้ำว่า ภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพยุงราคาน้ำมันดีเซลในระดับสูง แต่การพยุงราคาไม่สามารถสะท้อนสัญญาณประหยัดพลังงานได้เต็มที่ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญ
การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง ENZY และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงานสะท้อนให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
รัฐมนตรีอรรถพลสรุปว่า "วิกฤตครั้งนี้ไม่อาจขับเคลื่อนไปได้ด้วยความพยายามของภาครัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนผ่านวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสสร้างความยั่งยืนระยะยาว"