วิเคราะห์ 3 แคนดิเดตนายกฯ: ยุคร่างทรงการเมืองไทย
การเลือกตั้งปี 2569 ที่ใกล้เข้ามา เผยให้เห็นภาพการเมืองไทยที่น่าวิตกใจ เมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับต้นๆ จาก 3 พรรคใหญ่ ล้วนเป็น "ร่างทรง" ของผู้มีอำนาจตัวจริงเบื้องหลัง
ยศชนัน: ร่างทรงตระกูลชินวัตร
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการสืบทอดอำนาจทางการเมือง ในฐานะหลานชายของทักษิณ ชินวัตร เขาได้รับการผลักดันขึ้นมาด้วยสายเลือด ไม่ใช่ความสามารถทางการเมือง
แม้จะมีโปรไฟล์ดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่คำถามใหญ่คือ หากได้เป็นนายกฯ จริง เขาจะสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้มากน้อยเพียงใด เมื่อต้องเป็นเพียง "ร่างทรง" ของทักษิณ
น่าสนใจที่น้องสาวของยศชนัน คือ ชยาภา เคยแต่งงานกับบุตรชายของนักการเมืองกัมพูชาใกล้ชิดฮุน เซน ซึ่งจะกลายเป็นจุดโจมตีทางการเมืองได้
ณัฐพงษ์: เงาของธนาธร
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ก็มีสถานะไม่ต่างกัน ในฐานะ "ร่างทรง" ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของพรรคตัวจริง
พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับปัญหาภายในรุนแรง จากการคัดเลือกผู้สมัคร สส. ที่ทำให้สมาชิกเก่าหลายคนต้อง "โบกมือลา" เนื่องจากการแทรกแซงของ "กลุ่มโปลิตบูโร" หรือที่เรียกกันว่า "กลุ่มเพื่อนเอก"
กรณีของไพทูรย์ นาคหิรัญ และตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ที่ประกาศลาออกจากพรรค สะท้อนถึงความแตกแยกภายในที่อาจส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง
อนุทิน: หุ่นเชิดของเนวิน
อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นที่รู้กันดีว่าเป็น "ร่างทรง" ของเนวิน ชิดชอบ พรรคกำลังพยายามเจรจาให้เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เข้าร่วมเป็นแคนดิเดตเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นศูนย์รวมของ "เสือ สิงห์ กระทิง แรด" ที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ทำให้ภาพลักษณ์ด้าน "ความสะอาด" ที่พรรคพยายามสร้างขึ้นถูกบั่นทอน
ผลสำรวจเผยความจริงขมขื่น
ผลสำรวจนิด้าโพลไตรมาส 4/68 แสดงให้เห็นว่า ประชาชน 40.60% ยังหาคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้ ขณะที่ณัฐพงษ์ได้รับการสนับสนุน 17.20% และอนุทิน 12.32% เท่านั้น
การคาดการณ์จำนวน สส. ชี้ว่า พรรคประชาชนอาจได้ 151 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 121 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 110 ที่นั่ง แต่กูรูการเมืองหลายคนมองว่า พรรคเพื่อไทยอาจได้ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง
ความท้าทายของระบบประชาธิปไตย
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ การซื้อเสียงแบบ "บ้านใหญ่" และการสนับสนุนจากกลุ่มทุนเทา-สแกมเมอร์ ที่อาจเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งนี้
ประชาชนต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ในการเลือกผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ "ร่างทรง" ของผู้มีอำนาจเบื้องหลัง การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งยังคงเป็นปริศนา ว่าจะเป็นการรวมตัวแบบเดิม หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
สุดท้าย หลังจากที่ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว สิ่งที่เหลือคือการรอคอยและยอมรับผลที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจไม่ต่างจากที่ผ่านมามากนัก