เปิดโผ 163 นายพลตำรวจปี 69 อนุทินนั่งหัวโต๊ะ 8 ชั่วโมง เคาะตั้ง รอง ผบ.ตร.-ผบช.ครบ
การเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ใช้เวลาประชุมยาวนานถึง 8 ชั่วโมง เพื่อเคาะรายชื่อแต่งตั้งนายพลตำรวจวาระประจำปี 2569 จำนวน 163 ตำแหน่ง ครอบคลุมตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงไปถึงระดับผู้บังคับการ (ผบก.) การประชุมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการจัดสรรอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ
ทำไมการประชุม ก.ตร. ครั้งนี้ถึงยาวนานถึง 8 ชั่วโมง?
การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2569 ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา เริ่มต้นขึ้นในเวลา 14.30 น. ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน เนื่องจากเป็นวาระสำคัญในการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสูงประจำปี
บรรยากาศก่อนการประชุมเริ่มต้นด้วยความไม่ปกติเล็กน้อย เมื่อนายอนุทินเปิดเผยกับที่ประชุมว่า “วันนี้เจ็บคอ อาการไม่ดี ไม่สบาย” พร้อมกับจับบริเวณลำคอของตนเอง แต่ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานต่อไป
อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมดำเนินไปได้เกือบ 3 ชั่วโมง ในเวลาประมาณ 17.00 น. นายอนุทินได้เรียก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกไปหารือเป็นการส่วนตัว คาดว่าเกี่ยวข้องกับข้อมูลการแต่งตั้งโยกย้ายในบางตำแหน่งที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน
จากนั้นในเวลา 17.57 น. นายอนุทินได้เดินทางกลับ โดยมอบหมายให้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ทำหน้าที่ประธานการประชุมต่อ พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “การแต่งตั้งเรียบร้อยดี เป็นไปตามหลักเกณฑ์” แต่รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังนายกฯ กลับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้ง (บอร์ดกลั่นกรอง) ต่อที่ห้องประชุม 2 เพื่อพิจารณาในระดับ ผบช. บางตำแหน่งที่ยังไม่ลงตัว
จนกระทั่งเวลา 21.00 น. นายอนุทินได้เดินทางกลับเข้าร่วมประชุมอีกครั้ง และการประชุมก็ได้ข้อสรุปในเวลา 23.00 น. รวมระยะเวลาการประชุมทั้งสิ้นเกือบ 9 ชั่วโมง
ตำแหน่งว่าง 163 อัตรา: โผใหญ่ใครได้ไปต่อ?
สำหรับปีนี้ มีตำแหน่งว่างทั้งสิ้น 163 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง, ผบช. 19 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง และ ผบก. 94 ตำแหน่ง โดยมีรายงานว่าในส่วนของตำแหน่งผู้บังคับการที่มีผู้ครองตำแหน่งครบ 4 ปี ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเพียง 5-6 ราย คิดเป็นเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ของตำแหน่งว่างทั้งหมด สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่เน้นความต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่
ระดับรอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง เรียงตามอาวุโส
- พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร.
- พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร.
- พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ เลื่อนเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมโยก พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติคนเดิม ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.
ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง เปิดทางคนรุ่นใหม่
- พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4, พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส. เลื่อนเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
- พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เลื่อนเป็น รอง จเรตำรวจแห่งชาติ
- ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จเรตำรวจแห่งชาติ ถูกโยกมาเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
บิ๊กโผระดับ ผบช.: สายงานสำคัญใครนั่งตำแหน่งไหน?
ในระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) มีการแต่งตั้งที่น่าสนใจหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะการคงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานหลักไว้กับคนเดิม เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการทำงาน อาทิ พล.ต.ท.สยาม บุญสม คงตำแหน่ง ผบช.น., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย คงตำแหน่ง ผบช.ก., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ คงตำแหน่ง ผบช.ตชด. และ พล.ต.ท.ยศวินท์ หรรษมนตร์ คงตำแหน่ง ผบช.ส.
แต่ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการเคลื่อนไหวของนายพลในสายงานสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสมดุลอำนาจภายในองค์กร:
- พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. มือทำงานคนสำคัญของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. ถูกโยกไปนั่งตำแหน่ง ผบช.สตม.
- พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.41 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ถูกโยกไปเป็น ผบช.ภ.1
- พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. มือปราบแฮกเกอร์ชื่อดังและคนสนิทของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ถูกเลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ภ.2
- พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ถูกโยกไปนั่งตำแหน่ง ผบช.ปส.
- พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. มือปราบอาชญากรรมไซเบอร์ ถูกเลื่อนขึ้นเป็น ผบช.สอท. สอดรับกับนโยบายปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ของรัฐบาล
- พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. มือปราบนอมินีต่างด้าวของว่าที่ ผบ.ตร. ซึ่งได้รับการเยียวยาจาก ก.พ.ค.ตร. ถูกเลื่อนเป็น ผบช.สกบ.
ระดับรอง ผบช. และ ผบก.: ขุมกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงาน
ในระดับรอง ผบช. มีการแต่งตั้งที่น่าสนใจ อาทิ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เลื่อนเป็น รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เลื่อนเป็น รอง ผบช.ตชด. และ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เลื่อนเป็น รอง ผบช.ภ.2
ขณะที่ระดับ ผบก. มีการแต่งตั้งและโยกย้ายหลายตำแหน่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมไซเบอร์ อาทิ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. โยกไปเป็น ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.เศรษฐนัณข์ ปิยะสมบูรณ์ รอง ผบก.ปคม. เลื่อนเป็น ผบก.สอท.3
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งนายตำรวจรุ่นใหม่ไฟแรงในตำแหน่งเลขานุการ ตร. โดย พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช รอง ผบก.สปพ. นายเวรคนสนิทของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. ถูกเลื่อนขึ้นเป็นเลขานุการ ตร. สะท้อนถึงการวางตำแหน่งคนใกล้ชิดเพื่อเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในอนาคตอันใกล้นี้
บทวิเคราะห์: สงครามตำแหน่งนายพล ภาพสะท้อนการเมืองในเครื่องแบบ
การประชุม ก.ตร. ที่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการบริหารงานบุคคลตามปกติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้เชิงอำนาจภายในองค์กรตำรวจ ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน
การที่นายกรัฐมนตรีต้องเดินทางออกจากห้องประชุมกลางคัน เพื่อให้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จัดการเจรจาในบางตำแหน่งเป็นการภายใน ก่อนจะเดินทางกลับเข้ามาเพื่อลงมติขั้นสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าการจัดสรรตำแหน่งนายพลครั้งนี้ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ถูกนำเสนอต่อสาธารณะ
ที่น่าสนใจคือ การคงตำแหน่งของนายพลในหน่วยงานหลักอย่าง ผบช.น. ผบช.ก. และ ผบช.ตชด. ไว้กับคนเดิม สะท้อนถึงแนวคิดอนุรักษ์นิยมภายในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่ง การเลื่อนตำแหน่งนายพลรุ่นใหม่ในสายงานเทคโนโลยีและไซเบอร์ อาทิ ผบช.สอท. และ ผบช.สตม. แสดงให้เห็นถึงทิศทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มาในโลกออนไลน์
สำหรับประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนายพลครั้งนี้อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว การจัดสรรตำแหน่งเหล่านี้จะกำหนดทิศทางการทำงานของตำรวจไทยในอีก 1 ปีข้างหน้า ว่าจะให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ การจัดการปัญหานอมินีต่างด้าว หรือการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากน้อยเพียงใด
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ยังไม่นิ่ง การแต่งตั้งนายพลตำรวจครั้งนี้จึงเป็นทั้งเครื่องมือรักษาสมดุลอำนาจและกลไกขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้นั่งในตำแหน่งใด และจะใช้พลังอำนาจนั้นไปในทิศทางไหน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การประชุม ก.ตร. ครั้งนี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือไม่?
ใช่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 8/2569 แม้จะมีอาการไม่สบาย แต่ก็เข้าร่วมประชุมจนแล้วเสร็จในเวลา 23.00 น.
มีตำแหน่งว่างทั้งหมดกี่ตำแหน่งในการแต่งตั้งนายพลครั้งนี้?
มีตำแหน่งว่างทั้งสิ้น 163 ตำแหน่ง ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. 3 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 ตำแหน่ง, ผบช. 19 ตำแหน่ง, รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง และ ผบก. 94 ตำแหน่ง
ใครคือว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไป?
จากรายงานข่าว พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ถูกระบุเป็นว่าที่ ผบ.ตร. คนต่อไป โดยมีนายตำรวจในสายงานของเขาหลายนายได้รับการเลื่อนตำแหน่งในโผครั้งนี้ อาทิ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ไปเป็น ผบช.สตม. และ พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช ขึ้นเป็นเลขานุการ ตร.