ที่ดิน 8 ไร่ กลายเป็นป่าไม้ถาวรเฉย? แม่ค้าปลาสลิดสู้จนชนะคดี หลังถูกเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บเงิน
แม่ค้าปลาสลิดรายหนึ่งในจังหวัดตากเปิดใจทั้งน้ำตาว่า เธอถูกเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บเงินหลายแสนบาทผ่านเอกสารเท็จ จนที่ดิน 8 ไร่ที่ลงทุนไปหลายล้านบาทกลายเป็นที่ดินในเขตป่าไม้ถาวรโดยไม่ทราบสาเหตุ ขายไม่ได้ ทำกินไม่ได้ แต่เธอเลือกที่จะสู้ต่อแม้รู้ว่าอาจหมดตัว เพื่อปกป้องคนอื่นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกัน
จุดเริ่มต้นของปัญหา: ถูกชักชวนให้ทำโครงการจัดสรร
แอม แม่ค้าปลาสลิดและเจ้าของร้านหมูกระทะในจังหวัดตาก เล่าว่า เธอได้รับการแนะนำจากบุคคลที่อ้างว่ารู้จักคนกว้างขวางให้แบ่งที่ดิน 6 ไร่ 3 งานมาทำเป็นโครงการจัดสรรขนาดย่อม 33 แปลง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและเคลียร์เรื่องถนนทางเข้าที่ดิน
เธอลงทุนถมที่ ปรับพื้นที่ และเริ่มหาผู้ซื้อ แต่กลับพบว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตจัดสรรสูงถึง 3 ล้านบาท ซึ่งเธอไม่รู้มาก่อนว่าเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เงินจำนวนมากขนาดนี้
เอกสารเท็จและภาษีที่ถูกเรียกเก็บซ้ำซ้อน
แอมเล่าต่อว่า หลังปรับพื้นที่เสร็จ กรมธนารักษ์ได้ปรับราคาประเมินที่ดินจาก 240 บาทต่อตารางวาเป็นกว่า 400 บาท เธอถูกเรียกให้ไปชำระภาษีย้อนหลังประมาณ 60,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่เสนอจะช่วยจัดการให้ พร้อมออกใบราคาประเมินที่ดินให้ ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นเอกสารที่ทำขึ้นเอง ไม่ใช่เอกสารจริงจากระบบ
นอกจากนี้ เธอยังถูกเรียกเก็บภาษีผู้ขายอีก 6,000 บาทต่อแปลง รวม 33 แปลง โดยจ่ายเงินผ่านช่องทางการเงินของสำนักงานที่ดิน แต่กลับไม่ได้รับใบเสร็จที่ถูกต้องตามกฎหมาย สรุปแล้วเธอจ่ายภาษีซ้ำซ้อนถึงสองรอบ
ที่ดินกลายเป็นป่าไม้ถาวรโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
ปัญหาหนักสุดเกิดขึ้นเมื่อที่ดินของเธอถูกขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวรอย่างกะทันหัน หลังเกิดเรื่องร้องเรียน ทำให้ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ได้ ผู้ซื้อที่จองไว้ต่างยกเลิกสัญญา ธนกฤต ผู้ช่วยเหลือทางกฎหมาย ตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นที่ดินในเขตป่าไม้จริง โฉนดที่ดินจะออกมาได้อย่างไรตั้งแต่แรก
การต่อสู้ที่ยาวนาน 530 วัน
แอมใช้เวลากว่า 530 วันในการต่อสู้ เริ่มจากการร้องเรียนไปยัง ปปช.จังหวัดตาก แต่ไม่ได้รับความสนใจ เธอเดินทางไปร้องทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ร้องเรียนรัฐบาล 111 และ สส.ในพื้นที่ จนกระทั่ง สส.คนหนึ่งเชื่อเรื่องราวของเธอและนำไปพูดในสภา แต่กลับถูกข่มขู่ด้วยการจ่อยิง
เธอยังเล่าถึงข้อเสนอแลกเปลี่ยนจากบุคคลมีอิทธิพลว่า หากเธอยอมไม่ดำเนินคดี จะให้เงิน 3 ล้านบาทและที่ดิน 10-20 ไร่ในจังหวัดตาก แต่เธอปฏิเสธ เพราะห่วงว่าคนอื่นจะตกเป็นเหยื่อแบบเดียวกัน
ผลลัพธ์: เจ้าหน้าที่ถูกไล่ออก แต่หน่วยงานรัฐยังไม่รับผิดชอบ
ในที่สุด ผู้ว่าฯ จ.ตาก มีคำสั่งไล่ออกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยประเมินความเสียหายรวมกว่า 300,000 บาท จากการเรียกรับสินบน ค่าออกสำรวจ และค่ารังวัด อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินยังคงยืนยันว่าไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าเป็นความผิดส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่
ธนกฤตระบุว่า จะเดินหน้าฟ้องศาลปกครองต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่กระทำผิดในขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในสำนักงานที่ดิน หน่วยงานรัฐควรต้องรับผิดชอบต่อพฤติกรรมดังกล่าว
บทเรียนสำหรับประชาชน: รู้สิทธิ์ก่อนถูกหลอก
ทนายความที่ร่วมให้คำปรึกษาแนะนำว่า ผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัดได้ และควรตรวจสอบเอกสารราชการทุกฉบับผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักงานที่ดิน เพื่อป้องกันการถูกหลอกด้วยเอกสารปลอม
สำหรับแอม เธอยังคงเปิดร้านหมูกระทะและเลี้ยงปลาสลิดต่อไป แม้ต้องเผชิญกับหนี้สินและความไม่แน่นอนทางกฎหมาย แต่เธอยืนยันว่าจะสู้ต่อไป เพื่อไม่ให้ใครต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
คำถามที่พบบ่อย
ประชาชนจะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ดินได้อย่างไร?
สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานที่ดิน โดยใส่เลขโฉนดเพื่อดูราคาประเมินและข้อมูลที่ดินได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่กรมที่ดิน
หน่วยงานรัฐต้องรับผิดชอบเมื่อเจ้าหน้าที่กระทำผิดในหน้าที่หรือไม่?
ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และสามารถเรียกเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดได้ในภายหลัง
หากพบว่าเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน ควรดำเนินการอย่างไร?
ควรรวบรวมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ คลิปเสียง กล้องวงจรปิด และแจ้งความดำเนินคดี รวมถึงร้องเรียนไปยัง ปปช. หรือ ปปท. เพื่อให้มีการสอบสวนทางวินัยและอาญาควบคู่กัน